วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก


วันTuesdayที่ 19 May 2026สนามกีฬาไวตาลิตี้ สเตเดี้ยม
สถิติพบกันทั้งหมด 17
1ชนะ
6%
0เสมอ
0%
16ชนะ
94%
ผลงาน 5 นัดหลัง ของทั้ง 2 ทีม

W
W
D
W
W
W
05/09/26 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)ชนะ ฟูแล่ม 0-1
W
05/03/26 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-0
D
04/22/26 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)เสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-2
W
04/18/26 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)ชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-2
W
04/11/26 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)ชนะ อาร์เซน่อล 1-2

W
W
W
D
W
W
05/16/26 (เยือน, เอฟเอ คัพ)ชนะ เชลซี 0-1
W
05/13/26 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-0
W
05/09/26 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 3-0
D
05/04/26 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)เสมอ เอฟเวอร์ตัน 3-3
W
04/25/26 (เหย้า, เอฟเอ คัพ)ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1
อัตราผลตอบแทนการ เดิมพัน
กำลังโหลด...
เปรียบเทียบจุดเด่น


34ความแข็งแกร่ง81
1ยิงประตู2
14โอกาสยิงต่อเกม15
2ใบเหลือง2
0ใบแดง0
50.1%ครองบอล60.2%
79.7%ส่งบอลสำเร็จ88.5%
46.0%ชนะลูกกลางอากาศต่อเกม58.0%
7เรตติ้งเฉลี่ย7
เปรียบเทียบทีม


34ความแข็งแกร่ง81
78วิ่งไล่บอล79
70ยิงประตู93
75เกมบุก91
45ครองบอล94
84สวนกลับ44
48เกมรับ91
สถิติการบุก


สถิติการครองบอล
แดนหน้าแดนกลางแดนหลัง
สถานการณ์ของทีม และสภาพทีมโดยทั่วไป
บอร์นมัธ
เจ้าบ้าน บอร์นมัธ หรือ เดอะ เชอร์รีส์ กำลังอยู่ในโมเมนตัมที่น่ากลัวที่สุดในช่วงท้ายฤดูกาล ภายใต้กุนซือ อันโดนี อิราโอลา ที่พาทีมขึ้นมาครอง อันดับที่ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ด้วยผลงานลงเล่น 36 นัด ชนะ 13 เสมอ 16 แพ้ 7 มี 55 คะแนน ฟอร์มล่าสุด 5 นัดทำผลงานยอดเยี่ยมไร้พ่าย ชนะ 4 และเสมอ 1 ถือเป็นการโชว์ศักยภาพการเพรสซิ่งที่อันตราย สร้างความลำบากให้คู่แข่งได้เป็นอย่างดีเพื่อเป้าหมายในการเก็บแต้มสำคัญในบ้านตัวเองให้สำเร็จ
การจัดทีมคาดว่าจะมาในระบบ 4-2-3-1 โดยใช้คู่กลางสนามทำหน้าที่กรองบอลและควบคุมจังหวะ ขณะที่แนวรุกมี เอวานิลสัน เป็นแกนหลักในแดนหน้าคอยพักบอลและจบสกอร์ที่เฉียบขาด ส่วนอีกรายที่ฟอร์มแรงคือ มาร์คัส เทเวอร์เนียร์ ซึ่งเป็นตัวคอยจ่ายคีย์พาสเปิดโอกาสให้เพื่อนทำประตูและลากเลื้อยริมเส้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สถานะนักเตะ ทีมจะหมดสิทธิ์ใช้งาน จัสติน ไคลเวิร์ต (บาดเจ็บเข่า) และ ไรอัน คริสตี้ (ติดโทษแบน) ทำให้ตัวเลือกในแดนหน้าและแดนกลางลดลง แต่มีข่าวดีเมื่อ ไทเลอร์ อดัมส์ ปล่อยอาการบาดเจ็บทิ้งไปและฟิตสมบูรณ์พร้อมลงคุมแดนกลางรับมือกับแรงกดดัน โดยยังมี ลูอิส คุก เป็นตัวสำรองที่พร้อมลงมาเปลี่ยนแท็กติกเมื่อจำเป็น
บอร์นมัธ (4-2-3-1): จอร์จี้ เปโตรวิช, อดัม สมิธ, เจมส์ ฮิลล์, มาร์กอส เซเนซี่, อาเดรียง ทรูฟแฟร์, อเล็กซ์ สก็อตต์, ไทเลอร์ อดัมส์, รายัน โรชา, เอลี จูเนียร์ ครูปี, มาร์คัส เทเวอร์เนียร์, เอวานิลสัน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ เรือใบสีฟ้า ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังคงรักษาฟอร์มแกร่งรั้ง อันดับที่ 2 ของตารางพรีเมียร์ลีกอย่างเหนียวแน่น ด้วยผลงาน ชนะ 23 เสมอ 8 แพ้ 5 เก็บไป 77 คะแนน ฟอร์มล่าสุด 5 นัดหลังสุดโชว์ความเฉียบขาด ชนะ 4 และเสมอ 1 โดย 3 นัดล่าสุดกวาดชัยชนะแบบไม่เสียประตูเลย ถือว่าความต้องการสามแต้มในนัดนี้ยิ่งสูงขึ้นเพื่อรักษาแรงกดดันลุ้นแชมป์ต่อไป
การจัดทีมใช้ระบบ 4-1-4-1 เน้นการครองบอลและทำเกมตามสไตล์ถนัด โดยมี โรดรี้ ทำหน้าที่โฮลดิ้งมิดฟิลด์คุมพื้นที่หน้าแนวรับได้อย่างไร้ที่ติ และ เออร์ลิง ฮาลันด์ รั้งตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าที่กำลังฟอร์มแรงคอยจบสกอร์ด้วยสัญชาตญาณอันตราย นอกจากนี้ยังมี เจเรมี่ โดกู ที่มีความเร็วพร้อมทำลายพื้นที่ริมเส้นของคู่แข่งเพื่อสร้างโอกาสเจาะเข้าทำ
สถานะนักเตะ เกมนี้ยังคงขาดแกนหลักแนวรับอย่าง รูเบน ดิอาส (บาดเจ็บแฮมสตริง) และ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล (อยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย) ทำให้แผงหลังยังต้องปรับทัพพอสมควร ทว่าได้รับข่าวดีเมื่อ โรดรี้ สภาพร่างกายร้อยเปอร์เซ็นต์พร้อมลงคุมเกมแดนกลางตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตัดเกมรุกและกระจายบอลเข้าสู่แดนบนของทีมเสมอ
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1): จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, มาเตอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, มาร์ก เกฮี, นิโก้ โอไรลีย์, โรดรี้, อองตวน เซเมนโย่, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, มาเตโอ โควาชิช, เจเรมี่ โดกู, เออร์ลิง ฮาลันด์
สถิติการพบกันของทั้ง 2 ทีม
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองสถิติเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์ด้วยการชนะถึง 16 ครั้งจากการพบกัน 17 นัดหลังสุด
- บอร์นมัธ สามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์การพบกัน
- สถิติจาก 17 นัดที่พบกัน ไม่มีผลเสมอแม้แต่ครั้งเดียว สะท้อนให้เห็นว่ามักจะลงเอยด้วยการมีผู้ชนะที่เด็ดขาด
- เออร์ลิง ฮาลันด์ มีสถิติทำผลงานโดดเด่นแทบทุกครั้งเมื่อลงเผชิญหน้ากับแนวรับทีม เดอะ เชอร์รีส์
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่เคยแพ้ บอร์นมัธ ในรอบ 16 นัดติดต่อกัน ถือเป็นความได้เปรียบเชิงจิตวิทยาที่มองเห็นได้ชัด
- สกอร์รวมของสองทีมเมื่อเจอกันมักทะลุ 3 ลูกคิดเป็น 80% จาก 10 นัดหลังสุดที่ห้ำหั่นกัน
ทรรศนะ:
การโคจรมาเจอกันนัดนี้ เดอะ เชอร์รีส์ เข้าสู่เกมด้วยโมเมนตัมที่ยอดเยี่ยมพร้อมความมั่นใจเต็มพิกัดหลังไม่แพ้ใครมา 5 เกมรวด ระบบเพรสซิ่งสูงของเจ้าบ้าน บอร์นมัธ น่าจะจัดเต็มเพื่อสร้างความกดดันให้แดนกลางคู่แข่ง แม้จะขาดผู้เล่นแนวรุกจากอาการบาดเจ็บไปบ้าง แต่การเล่นสวนกลับในถิ่นของตัวเองยังมีความอันตรายซ่อนอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน เรือใบสีฟ้า เหนือกว่าทั้งคุณภาพขุมกำลังและสถิติในระดับที่ข่มกันมิด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย่อมเปิดหน้าเดินเกมบุกเต็มสูบเพราะเป้าหมายเดียวคือการคว้าชัยชนะเพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกจนหมดยก แม้การขาดแนวรับตัวหลักอาจทำให้หลังบ้านมีรอยรั่ว ทว่าความหลากหลายในการเจาะทำประตูที่มีเป้าหมายจัดจ้าน จะช่วยให้ผู้มาเยือนฝ่าด่านเกมรับและซิวชัยชนะไปได้ในท้ายที่สุด
***
ทีเด็ดบอล : ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -1
ฟันธง : บอร์นมัธ 1-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (บอลสูง)
อัตราความมั่นใจ : ★★★★★★★☆☆☆ (7/10)
***
วิเคราะห์บอลวันนี้ คู่ บอร์นมัธ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นัดนี้ ทีเด็ดบอลชี้ไปที่เรือใบสีฟ้าซึ่งพร้อมปล่อยพลังเดือดด้วยทีเด็ดของกองหน้าเวิลด์คลาส แม้ทีมเยือนจะเจอแรงต้านจากเจ้าบ้านที่ฟอร์มแรงสุดๆ แต่สุดท้ายสถิติพูดชัดเจนว่าผู้มาเยือนจะคว้าสามคะแนนล้ำค่าออกไปได้สำเร็จ
เจ้าบ้าน บอร์นมัธ หรือ เดอะ เชอร์รีส์ กำลังอยู่ในโมเมนตัมที่น่ากลัวที่สุดในช่วงท้ายฤดูกาล ภายใต้กุนซือ อันโดนี อิราโอลา ที่พาทีมขึ้นมาครอง อันดับที่ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ด้วยผลงานลงเล่น 36 นัด ชนะ 13 เสมอ 16 แพ้ 7 มี 55 คะแนน ฟอร์มล่าสุด 5 นัดทำผลงานยอดเยี่ยมไร้พ่าย ชนะ 4 และเสมอ 1 ถือเป็นการโชว์ศักยภาพการเพรสซิ่งที่อันตราย สร้างความลำบากให้คู่แข่งได้เป็นอย่างดีเพื่อเป้าหมายในการเก็บแต้มสำคัญในบ้านตัวเองให้สำเร็จ
การจัดทีมคาดว่าจะมาในระบบ 4-2-3-1 โดยใช้คู่กลางสนามทำหน้าที่กรองบอลและควบคุมจังหวะ ขณะที่แนวรุกมี เอวานิลสัน เป็นแกนหลักในแดนหน้าคอยพักบอลและจบสกอร์ที่เฉียบขาด ส่วนอีกรายที่ฟอร์มแรงคือ มาร์คัส เทเวอร์เนียร์ ซึ่งเป็นตัวคอยจ่ายคีย์พาสเปิดโอกาสให้เพื่อนทำประตูและลากเลื้อยริมเส้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สถานะนักเตะ ทีมจะหมดสิทธิ์ใช้งาน จัสติน ไคลเวิร์ต (บาดเจ็บเข่า) และ ไรอัน คริสตี้ (ติดโทษแบน) ทำให้ตัวเลือกในแดนหน้าและแดนกลางลดลง แต่มีข่าวดีเมื่อ ไทเลอร์ อดัมส์ ปล่อยอาการบาดเจ็บทิ้งไปและฟิตสมบูรณ์พร้อมลงคุมแดนกลางรับมือกับแรงกดดัน โดยยังมี ลูอิส คุก เป็นตัวสำรองที่พร้อมลงมาเปลี่ยนแท็กติกเมื่อจำเป็น
บอร์นมัธ (4-2-3-1): จอร์จี้ เปโตรวิช, อดัม สมิธ, เจมส์ ฮิลล์, มาร์กอส เซเนซี่, อาเดรียง ทรูฟแฟร์, อเล็กซ์ สก็อตต์, ไทเลอร์ อดัมส์, รายัน โรชา, เอลี จูเนียร์ ครูปี, มาร์คัส เทเวอร์เนียร์, เอวานิลสัน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ เรือใบสีฟ้า ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังคงรักษาฟอร์มแกร่งรั้ง อันดับที่ 2 ของตารางพรีเมียร์ลีกอย่างเหนียวแน่น ด้วยผลงาน ชนะ 23 เสมอ 8 แพ้ 5 เก็บไป 77 คะแนน ฟอร์มล่าสุด 5 นัดหลังสุดโชว์ความเฉียบขาด ชนะ 4 และเสมอ 1 โดย 3 นัดล่าสุดกวาดชัยชนะแบบไม่เสียประตูเลย ถือว่าความต้องการสามแต้มในนัดนี้ยิ่งสูงขึ้นเพื่อรักษาแรงกดดันลุ้นแชมป์ต่อไป
การจัดทีมใช้ระบบ 4-1-4-1 เน้นการครองบอลและทำเกมตามสไตล์ถนัด โดยมี โรดรี้ ทำหน้าที่โฮลดิ้งมิดฟิลด์คุมพื้นที่หน้าแนวรับได้อย่างไร้ที่ติ และ เออร์ลิง ฮาลันด์ รั้งตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าที่กำลังฟอร์มแรงคอยจบสกอร์ด้วยสัญชาตญาณอันตราย นอกจากนี้ยังมี เจเรมี่ โดกู ที่มีความเร็วพร้อมทำลายพื้นที่ริมเส้นของคู่แข่งเพื่อสร้างโอกาสเจาะเข้าทำ
สถานะนักเตะ เกมนี้ยังคงขาดแกนหลักแนวรับอย่าง รูเบน ดิอาส (บาดเจ็บแฮมสตริง) และ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล (อยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย) ทำให้แผงหลังยังต้องปรับทัพพอสมควร ทว่าได้รับข่าวดีเมื่อ โรดรี้ สภาพร่างกายร้อยเปอร์เซ็นต์พร้อมลงคุมเกมแดนกลางตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตัดเกมรุกและกระจายบอลเข้าสู่แดนบนของทีมเสมอ
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1): จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, มาเตอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, มาร์ก เกฮี, นิโก้ โอไรลีย์, โรดรี้, อองตวน เซเมนโย่, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, มาเตโอ โควาชิช, เจเรมี่ โดกู, เออร์ลิง ฮาลันด์
สถิติการพบกันของทั้ง 2 ทีม
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองสถิติเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์ด้วยการชนะถึง 16 ครั้งจากการพบกัน 17 นัดหลังสุด
- บอร์นมัธ สามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์การพบกัน
- สถิติจาก 17 นัดที่พบกัน ไม่มีผลเสมอแม้แต่ครั้งเดียว สะท้อนให้เห็นว่ามักจะลงเอยด้วยการมีผู้ชนะที่เด็ดขาด
- เออร์ลิง ฮาลันด์ มีสถิติทำผลงานโดดเด่นแทบทุกครั้งเมื่อลงเผชิญหน้ากับแนวรับทีม เดอะ เชอร์รีส์
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่เคยแพ้ บอร์นมัธ ในรอบ 16 นัดติดต่อกัน ถือเป็นความได้เปรียบเชิงจิตวิทยาที่มองเห็นได้ชัด
- สกอร์รวมของสองทีมเมื่อเจอกันมักทะลุ 3 ลูกคิดเป็น 80% จาก 10 นัดหลังสุดที่ห้ำหั่นกัน
ทรรศนะ:
การโคจรมาเจอกันนัดนี้ เดอะ เชอร์รีส์ เข้าสู่เกมด้วยโมเมนตัมที่ยอดเยี่ยมพร้อมความมั่นใจเต็มพิกัดหลังไม่แพ้ใครมา 5 เกมรวด ระบบเพรสซิ่งสูงของเจ้าบ้าน บอร์นมัธ น่าจะจัดเต็มเพื่อสร้างความกดดันให้แดนกลางคู่แข่ง แม้จะขาดผู้เล่นแนวรุกจากอาการบาดเจ็บไปบ้าง แต่การเล่นสวนกลับในถิ่นของตัวเองยังมีความอันตรายซ่อนอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน เรือใบสีฟ้า เหนือกว่าทั้งคุณภาพขุมกำลังและสถิติในระดับที่ข่มกันมิด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย่อมเปิดหน้าเดินเกมบุกเต็มสูบเพราะเป้าหมายเดียวคือการคว้าชัยชนะเพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกจนหมดยก แม้การขาดแนวรับตัวหลักอาจทำให้หลังบ้านมีรอยรั่ว ทว่าความหลากหลายในการเจาะทำประตูที่มีเป้าหมายจัดจ้าน จะช่วยให้ผู้มาเยือนฝ่าด่านเกมรับและซิวชัยชนะไปได้ในท้ายที่สุด
***
ทีเด็ดบอล : ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -1
ฟันธง : บอร์นมัธ 1-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (บอลสูง)
อัตราความมั่นใจ : ★★★★★★★☆☆☆ (7/10)
***
วิเคราะห์บอลวันนี้ คู่ บอร์นมัธ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นัดนี้ ทีเด็ดบอลชี้ไปที่เรือใบสีฟ้าซึ่งพร้อมปล่อยพลังเดือดด้วยทีเด็ดของกองหน้าเวิลด์คลาส แม้ทีมเยือนจะเจอแรงต้านจากเจ้าบ้านที่ฟอร์มแรงสุดๆ แต่สุดท้ายสถิติพูดชัดเจนว่าผู้มาเยือนจะคว้าสามคะแนนล้ำค่าออกไปได้สำเร็จ
คุณเชียร์ฝั่งไหน










